[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by MAXSITE 1.10
 
 
หน้าล็อคอิน
Username : Password :    สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]




  

  

ศูนย์การเรียนรู้วัดห้วยเกี๋ยง

                ปัจจุบันสงคมไทยเปลี่ยนแปลงไป “ยุคโลกาวิวัฒน์” การสื่อสารไร้พรมแดน วัฒนธรรมตะวันตกแผ่ขยายเข้ามาสู่ประเทศไทย ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนกำลงซึมซับวัฒนธรรมตะวันตกจากสื่อต่าง ๆได้แก่ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิทยุ internet ความเจริญทางวัตถุเข้าครอบงำ วิถีชีวิตของคนในชนบทเปลี่ยนแปลงไป วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เริ่มเปลี่ยนแปลงหรือสูญหายไป จากอดีตประชาชนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และช่วยเหลือซึ่งกันและกันกลับเปลี่ยนไปในทางแข่งขัน การรวมกลุ่มความสามัคคีก็เปลี่ยนเป็นต่างคนต่างอยู่ ความเห็นแก่ตัวมากขึ้น ครอบครัวที่เคยอยู่พร้อม พ่อ แม่ ลูก ญาติพี่น้อง กำลังจะหายไป จะเห็นคนแก่และเด็กที่ถูกปล่อยให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวมากขึ้น
                ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของสังคม โดยเฉพาะโครงสร้างของครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันที่เล็กที่สุด อันมีผลทำให้ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวที่อาจไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก สภาพสังคมบีบบังคับให้รีบเร่งและแข่งขัน สมาชิกในครอบครัวมีโอกาสได้พบปะพูดคุยหรือดูแลจิตใจซึ่งกันและกันน้อยลง โดยบางครั้งเน้นการสื่อสารผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งขาดความลึกซึ้งด้านจิตใจ เยาวชนเองก็ได้รับผลจากความเจริญผ่านเทคโนโลยีและสื่อสารโดยไม่ผ่านการคัดกรอง และขาดวิจารณญาณคิดถึงโทษและผลที่จะได้รับจึงทำให้กลายเป็นปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น การแพร่ระบาดของสื่อวีซีดีลามก ติดการเล่นเกมส์ออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยที่สมควร ปัญหาความรุนแรงการทะเลาะวิวาท ประกอบกับความอ่อนแอของสถาบันครอบครัวภายใต้ระบอบทุนนิยมนี้ จึงทำให้แต่ละบุคคลขอดความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นที่จะใช้ชีวิตภายใต้ศักยภาพของตน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนโน้มนำไปสู่ทางที่ผิด โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องแล้วนั้น ความเสียหายจากพฤติกรรม ความคิด อารมณ์ที่เบี่ยงเบน จะทำให้เส้นทางการดำเนินชีวิตเบี่ยงเบนไปจากความดีงาม จากเป้าหมายของชีวิต ความเสียหายที่เกิดขึ้นบางอย่างอาจกลับตัวเดิมไม่ได้ กลายเป็นความผิดพลาดที่ติดตัวไปตลอดชีวิต
                ด้วยเหตุนี้จึงเกิด ศูนย์การเรียนรู้วัดห้วยเกี๋ยง ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ 2547 จัดตั้งโดยแนวคิดของท่านพระครูสุธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดห้วยเกี๋ยง และมีการระดมความคิดเพื่อหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของชุมชน มีการนำทรัพยากรธรรมชาติและมนุษย์ รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น เจ้าสู่กระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อชุมชนในด้านต่างๆ ซึ่งนับเป็นความร่วมมือที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีศักยภาพ รวมกลุ่มทำกิจกรรมพัฒนาเชิงสร้างสรรค์แก่ชุมชนและสังคมสืบต่อไป
คณะทำงานดำเนินการ

 

พระครูสุธรรมานุสิฐ เจ้าคณะตำบลหนองหาร เจ้าอาวาสวัดห้วยเกี๋ยง
ประธานศูนย์การเรียนรู้วัดห้วยเกี๋ยง

แม่หมอ เครือวรรณ สนธิคุณ นักวิชาการสาธารณสุข โรงพยาบาลสันทราย
ดูแลงานสร้างเสริมสุขภาพชุมชน

นายธีรวัฒน์ ปาขันธ์  
ดูแลงานด้านชุมชนสัมพันธ์ และสิ่งแวดล้อม

พี่จ๊อบ สุธีรพัฒน์ ธุระเสน 
ผู้ประสานการดำเนินงานโครงการเฉพาะกิจ และ งานประชาสัมพันธ์
 

วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรอบรู้ เป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชนด้วยกันเอง ที่จะพัฒนาชุมชนบ้านเกิดรวมทั้งป้องกันและแก้ปัญหาสังคมด้านต่างๆ
2. เพื่อให้คนในชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันโดยผ่านการทำกิจกรรมที่สามารถเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนในชุมชนได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
3. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันครอบครัว ชุมชน และสังคมให้มีความอบอุ่น เอื้ออาทร สมานฉันท์ ให้น่าอยู่และเข้มแข็ง
4. เพื่อให้ชุมชนเกิดการยอมรับและสนับสนุนเด็กและเยาวชน เป็นการสร้างค่านิยมใหม่ โดยการเชิดชูเยาวชนที่พัฒนาตนเองแล้ว
 
กรอบแนวคิดของโครงการ
  1. เด็กและเยาวชน เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา ที่สามารถบ่มเพาะแตกหน่อต่อยอดได้ งานพัฒนาในชุมชนบ้านห้วยเกี๋ยง จึงเริ่มต้นที่กลุ่มเป้าหมายคือเด็กและเยาวชน เพราะเป็นกลุ่มที่สามารถปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีได้ง่าย และสามารถสื่อไปยังครอบครัว กลุ่มผู้นำชุมชน และประชาชนในชุมชนได้
  2. การสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม โดยใช้กิจกรรมนั้นต้องมีความเชื่อมโยงต่อประสานกัน มิใช่แยกเป็นส่วนๆ ทั้งกิจกรรมด้านศาสนา วัฒนธรรม ความรื่นเริง ที่ต่อกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ประยุกต์กับประสบการณ์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วเพิ่มเติมคุณค่า/คุณธรรมที่ดีลงในกิจกรรม มิใช่จัดขึ้นโดดๆ                                      
  3. การเสริมสร้างชุมชนให้เป็น “สังคมแห่งความสุข” และ “สังคมแห่งความพอเพียง” ตามแนวพระราชดำรัส ให้ได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกกลุ่มคนในชุมชนโดยไม่มีการบังคับ กิจกรรมที่ทำเริ่มจากสภาพจริงในชุมชนเพื่อแก้ปัญหาที่เป็นความต้องการของชุมชน เกิดรวมน้ำใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของกิจกรรมต่างๆ ตามมา รวมทั้งการนำเอาเครือญาติเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างพลังแห่งความเข็มแข็งของชุมชน
กระบวนการแก้ปัญหา ใช้แนวทางและวิธีการสำคัญคือ
  1. การพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน " ละอ่อนใกล้วัด "ที่มีการรวมกลุ่มกันอยู่แล้ว เป็นพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาในชุมชน โดยใช้รูปแบการทำค่าย การสร้างประสบการณ์ การทำงานร่วมกับกลุ่มต่างๆในชุมชนภายใต้สิ่งที่ทุกคนชอบและถนัดและการจัดเวทีแลกเปลี่ยน
  2. การจัดกิจกรรมโดยเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน(เยาวชนเป็นคนคิด เป็นเจ้าของกลุ่ม ผู้ใหญ่เป็นผู้ร่วม) เป็นการสร้างกลุ่มองค์กรในชุมชนให้เกิดการทำงานอย่างเป็นระบบและเชื่อมโยงขับเคลื่อนไปด้วยกัน ทำให้กลุ่มองค์กรต่างๆในชุมชนได้แสดงบทบาท รวมทั้งสร้างให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างกว้างขวาง เกิดการกระตุ้นให้ชุมชนมีกิจกรรมและมีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเช่น การสร้างสื่อสาธารณะเพื่อสร้างกระแสและจิตสำนึก ได้แก่ สื่อบุคคล วิทยุชุมชน , การสอดแทรกกิจกรรมต่างๆเข้าไปในวันสำคัญ เช่น วันเข้าพรรษา วันแม่แห่งชาติ , การสร้างกระแสกระตุ้นการทำงานที่ต่อเนื่องโดยวิธีการต่างๆ เช่น การรณรงค์ การออกบูธ , การจัดการแข่งกีฬาหมู่บ้าน ตลอดจนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เช่น การตีกลองสบัดชัย การฟ้อนเล็บ การซอ เป็นต้น
  3. การขยายเครือข่ายระหว่างหมู่บ้าน โดยการจัดเวทีให้กลุ่มแกนนำได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ พูดคุย พบปะ เป็นการขยายความคิดจากเล็กไปใหญ่ จากภายในชุมชนไปสู่ชุมชนภายนอก
     
                       

 


    



Link เพื่อนบ้าน
ข่าวเด่นประจำวัน :

Webboard


 

Home     About us     News     Calendar     Webboard     Knowledge     Member     Contact us     Admin
Sutummanusit : Chiang Mai - Phrao Road, Sansai, Chiang Mai, Thailand 50290
Last Updated :: April 7, 2007 :: Comments to ebuntham@hotmail.com

Powered by MAXSITE 1.10